ลงตำแหน่งพิเศษ S1

[ใหม่] เคเอ็นซี เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนา 19 มีนาคม 2557...การวาง Training Roadmap แบบอิง Competency และแบบไม่อิง

294 สัปดาห์ ที่แล้ว - ปทุมธานี - คนดู 310
รายละเอียด
      การบริหารและพัฒนาบุคลากรมีทั้งระยะสั้นแบบปีต่อปี ก็คือการทำ Training Need Survey แล้วกำหนดออกมาเป็นแผนการฝึกอบรมประจำปี (Training Year Plan) แต่ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาคาใจทั้งผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือฝ่ายฝึกอบรม ก็คือการพัฒนาคนแบบต่อเนื่องมองกันในระยะยาว 3 ปี 5 ปี ควรได้รับการดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงแผนงาน เป้าหมายการทำงาน ตลอดจนโอกาสความก้าวหน้าของพนักงานในหน่วยงาน ให้สอดรับกับวิสัยทัศน์การเจริญเติบโตองค์กรนั้นๆ ด้วย ซึ่งเรียกว่า “Training Roadmap”
      ดังนั้น “การวางเส้นทางการฝึกอบรม (Training Roadmap)” คือ เครื่องมือสำคัญในการบริหารและพัฒนาขีดความสามารถ “คนและงาน” ให้เติบโตควบคู่ไปกับองค์กรเกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องตามวิสัยทัศน์ที่องค์กรมุ่งหวังไว้ โดยมีทั้งแบบ Competency Based Training Roadmap และแบบไม่อิง Competency
วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้เข้าการฝึกอบรม
   · มีหลักการในการทำ Training Roadmap
   · สามารถทำตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องจากการฝึกปฏิบัติ (Workshop)
   · สามารถประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรของตนอย่างมีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น
หัวข้อการบรรยาย:
   · องค์ประกอบของการวาง Training Roadmap ในองค์กร
         - กลยุทธ์ขององค์กร (Vision Mission Goal) ทิศทางเป็นอย่างไร
         - ขอบข่ายหน้าที่ความรับผิดชอบของงาน (Job Description) ในแต่ละตำแหน่งงาน
         - เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) กำหนดไว้อย่างไร
   · ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ Training
         - การหา Training Need เพื่อตอบโจทย์อะไร
         - การวาง Training Roadmap เพื่อหวังผลลัพธ์อะไร
· A. ขั้นตอนการวาง Training Roadmap แบบไม่อิง Competency – Workshop (มี Case ให้ลงมือทำ)
         1. การหาช่องว่างระหว่างกลยุทธ์องค์กร (Vision Mission Goal) กับความต้องการของตำแหน่งงาน  (Job Description)
         2. การหา Training Need จากผลการปฏิบัติงานในปีนั้น  (อาจมีการสัมภาษณ์ / สำรวจหาความจำเป็นเพิ่มเติม)
         3. การหาระยะเวลาของตำแหน่งงานกับความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path)  (ขึ้นยู่กับแต่ละองค์กรที่มีการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าแบบใดไว้  ซึ่งมี 3 แบบ คือ 1. Vertical Path 2. Horizontal Path 3. Diagonal Path) 
         4. การกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมและประมาณการค่าใช้จ่ายฝึกอบรม
         5. การวางผัง Training Roadmap ของแต่ละตำแหน่งงาน 
· B. ขั้นตอนการวาง Competency Based Training Roadmap–Workshop (มี Case ให้ลงมือทำ)
         1. การหาช่องว่างพฤติกรรมหลักตาม Competency ในแต่ละตำแหน่งงาน (Competency Gap) เพื่อ ให้เห็นประเด็นเนื้อหาของการจัดหลักสูตรฝึกอบรม (หรือใช้อีกแนวทางหนึ่งโดยวางเนื้อหาหลักสูตรฝึกอบรมแบบเต็มรอไว้ก่อน แล้วจึงตัดทอนและ/หรือเพิ่มเติมเนื้อหาหลักสูตรภายหลัง โดยพิจารณาผลการประเมินการปฏิบัติงานประกอบกับการหาความจำเป็นในการฝึกอบรมร่วมด้วยก็ได้)
         2. การกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมตามระดับของ Competency โดยแบ่งเป็น หลักสูตรด้านสมรรถนะหลัก (Core CompetencyCourses) หลักสูตรด้านสมรรถนะตามหน้าที่งาน (Functional CompetencyCourses) หลักสูตรด้านสมรรถนะการบริหารจัดการ (Managerial CompetencyCourses) และให้เนื้อหาหลักสูตรอยู่ในขอบเขตของหน้าที่ความรับผิดชอบที่ระบุไว้ใน Job Description แต่ละตำแหน่งงาน      
         3. การหาระยะเวลาของตำแหน่งงานกับความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path)  (ขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรที่มีการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าแบบใดไว้  ซึ่งมี 3 แบบ คือ 1. Vertical Path 2. Horizontal Path 3. Diagonal Path) 
         4. การกำหนดโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรให้ครอบคลุม 3 ด้านที่ตอบโจทย์ทั้งองค์กร ความก้าวหน้าและประสิทธิภาพงาน
         5. การวางผัง Training Roadmap ของแต่ละตำแหน่งงาน และประมาณการค่าใช้จ่ายฝึกอบรม
   · บทสรุปการทำ Training Roadmap ในองค์กร  
เหมาะสำหรับ:
   · ผู้ที่ทำงานฝ่าย HRD, Training & Development, Learning & OD 
วิทยากร:  
      อาจารย์พรเทพ  ฉันทนาวี  ที่ปรึกษาและวิทยากรด้านทรัพยากรบุคคล, ผู้อำนวยการหลักสูตรพัฒนานักขาย บริษัท มหวัฒน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท ทีซีซี แคปปิตอล กรุ๊ป,  ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมการตลาดและการขาย เครือโอสถสภา, ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมกลุ่มบริษัทเครือ UCOM ฯลฯ

กำหนดการ

วันพุธที่ 19 มีนาคม 2557

ค่าลงทะเบียน : บุคคลทั่วไป

3,000 + 210 = 3,210

เวลา

09.00-16.00 น.

ค่าลงทะเบียน : สมาชิก

2,900 + 203 = 3,103

สถานที่

เดอะ คอนเน็คชั่น MRT ลาดพร้าว

โอนเงินก่อน 12 มีนาคม 2557

2,800 + 196 = 2,996

หมายเหตุ      
– ค่าลงทะเบียน รวมค่าเอกสาร, อาหาร เครื่องดื่ม น้ำชา กาแฟสด
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสัมมนาสามารถหักลดหย่อนภาษีได้200%