ลงตำแหน่งพิเศษ S1

[ใหม่] Omega น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวผสมน้ำมันปลาโอเมก้า Omega 40 Cap.

301 สัปดาห์ ที่แล้ว - หนองคาย - คนดู 218

550 ฿

  • Omega น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวผสมน้ำมันปลาโอเมก้า Omega 40 Cap. รูปที่ 1
รายละเอียด

สั่งซื้อสินค้าได้ที่

http://www.thaihealthpark.com


โทร. 080-7627477


LINE ID : melody.kenta





ข้อมูลทางวิชาการ�P5�โอเมก้า��สุดยอดอาหารเสริมสองชนิดของโลกมารวมกัน

P5�โอเมก้า�ได้รับการคิดค้นพัฒนาเพื่อนำประโยชน์จากการผสานคุณค่าของน้ำมันจมูกข้าวซึ่งเป็นแหล่งของโอเมก้า�3��(w�3)�หรือกรดไลโนเลนิค และน้ำมันปลาอันอุดมไปด้วยกรดไขมัน�w-3��สายยาว เช่น�EPA (eicosapentanoic acid)�และ�DHA (docohexaenoic acid)�มาไว้ในแคปซูลเดียวกัน เนื่องจากพืช เช่น ข้าว มีเอนไซม์ที่จะสังเคราะห์ กรดไขมัน�w�-�3�จึงถือเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับจากการบริโภคอาหารเท่านั้นในเซลล์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามารถเปลี่ยนจาก�w�-�3���ที่มีคาร์บอนจำนวน��18�อะตอมให้เป็น�w�-�3��สายยาวได้โดยการเพิ่มจำนวนคาร์บอนอะตอมและพันธะคู่ อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของการเปลี่ยนกรดไลโนเลนิคให้เป็น�w�-�3���สาย ยาวในร่างกายของผู้ใหญ่โดยเฉพาะในผู้ชายนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ร่างกาย ดังนั้นการบริโภคอาหารจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มปริมาณกรดไขมัน�w�-�3����สายยาวให้เพียงพอต่อการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเรา การรับประทาน�P5�โอเมก้า จำนวน�4�แคปซูลต่อวัน มีปริมาณ�EPA�และ�DHA 450 mg�จะเพิ่มระดับกรดไขมัน�w�-�3���ให้เพียงพอต่อการทำงานของเซลล์ร่างกายต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นของ�P5 omega

P5 omega�เป็น อาหารเสริมรายแรกที่นำคุณประโยชน์จากน้ำมันปลาและน้ำมันจมูกข้าวมารวมกันไว้ ในแคปซูลเดียว การรับประทานน้ำมันปลาเพียงอย่างเดียวเป็นเวลานานติดต่อกันหลายเดือน อาจทำให้ร่างกายขาดวิตามิน�E�ได้ ผู้ผลิตน้ำมันปลาส่วนใหญ่จึงต้องเติมวิตามินอีสังเคราะห์ แต่�P5 omega�ประกอบด้วยวิตามิน�E�ธรรมชาติจากน้ำมันรำข้าว ผู้บริโภคจึงวางใจ�P5 omega�ได้ว่าไม่มีผลข้างเคียง นอกจากนี้การรับประทานน้ำมันปลาเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ระดับ�LDL�โคเลสเตอรอลสูงขึ้น�5-10% แต่ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว ใน�P5�omega�สามารถลด�LDL�โคเลสเตอรอลได้ถึง�40% ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า�P5 omegaเป็นอาหารเสริมสำหรับสุขภาพของคุณอย่างแท้จริง

P5 omega�และการลดอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

การทำงานของสารสเตอร์รอล (sterols) และสตานอล (stanols) ในน้ำมันรำข้าวร่วมกับกรดไขมัน�w�-�3�สาย ยาวจากน้ำมันปลาช่วยป้องกันและลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้อย่างเห็น ผล น้ำมันทั้งสองชนิดนี้ทำงานร่วมกันหลาย ๆ วิธีในเพื่อช่วยชะลอการเกาะตัวของไขมันที่ผนังเส้นเลือดหัวใจ เช่น ไปลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ (�TAG)��ใน กระแสเลือด ซึ่งสองปัจจัยนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจ สารสเตอร์รอลจากน้ำมันรำข้าวนั้นสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้โดยการ ไปแข่งขันแย่งพื้นที่การดูดซึมของโคเลสเตอรอลจากอาหารในผนังลำไส้เล็ก��ส่ง ผลให้โคเลสเตอรอลจากอาหารไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย งานวิจัยทั่วโลกต่างยอมรับว่า�EPA�และ�DHA�จาก น้ำมันปลามีประสิทธิภาพในการลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้ทั้ง ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์หลังอาหารและระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ช่วงอดอาหาร ส่งผลให้ร่างกายกำจัดสามารถอนุภาคของ�LDLโค เลสเตอรอล (โคเลสเตอรอลที่ไม่ดี)��ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดไขมันสะสมบนผนังหลอดเลือด ได้เร็วขึ้น��จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันได้��จากงานวิจัยทั่วโลกทำการวิจัยในคนมากกว่า200,000�คน ใช้เวลาติดตามผลนานมากกว่า�11�ปี สรุปว่ากรดไขมัน��w�-�3�สายยาวสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดอุดตันซึ่งเป็นสาเหตุการตายของโรคหัวใจและสมองขาดเลือดฉับพลัน��กรดไขมัน�w�-�3�สายยาว ไปยับยั้งการสร้างสารไอโคซานอยด์ที่กระตุ้นให้เกิดการรวมตัวกันของเกร็ดเลือด

ส่งผลให้การรวมตัวของเกร็ดเลือดลดลง จึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน��นอกจากนี้โอเมก้า�3�สาย ยาวซึ่งเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มหัวใจยังช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ให้เป็นปกติโดยไปปรับการไหลของประจุไฟฟ้า��เช่น ประจุโซเดียม, โปแตสเซียม และ แคลเซียมทำให้กระแสไฟฟ้าเสถียรและจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ��ป้องกัน การเกิดหัวใจวายได้��คุณสมบัติเด่นอีกชนิด ของกรดไขมัน�w-�3�สายยาวก็คือ��ความสามารถในการลดการอักเสบ (anti-inflammation)��ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดไขมันสะสมบนผนังเส้นเลือด (atherosclerousis) การรับประทาน�EPA�และ�DHA�เป็นประจำจะไปช่วยลดจำนวนและปฏิกิริยาของแมคโครฟาจที่จะเข้าไปรวมตัวกับไขมันที่เกาะบนผนังหลอดเลือด (plaque) ส่งผลให้ชะลอการเกิดการสะสมบนผนังเส้นเลือดได้ และปริมาณ�EPA�และ�DHA�ที่สูงจะทำให้�plaque�ไขมันเสถียรไม่หลุดไปอุดตันเส้นเลือด จึงทำให้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากเส้นเลือดอุดตันได้

จึงสรุปได้ว่า กรดไขมันโอเมก้า�3�สามารถ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้โดยการลดโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ใน กระแสเลือด, ช่วยลดความดันโลหิต, ลดการจับตัวกันของเกร็ดเลือด, ลดการอักเสบและช่วยลดการสะสมของไขมันบนผนังเส้นเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจไม่แข็งตัว และป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดหัวใจและสมอง โอเมก้า�3�ยัง ช่วยปรับจังหวะการเต้นหัวใจเป็นปกติป้องกันหัวใจวาย��การรับประทานกรดไขมัน โอเมก้าจึงช่วยป้องกันการตายอย่างฉับพลัน��และลดอัตราเสี่ยงจากการเสียชีวิต จากโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด

P5�โอเมก้า และการลดการอักเสบ

กรดไขมัน โอเมก้า-3��สาย ยาวมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ เนื่องจากความสามารถในการยับยั้งการสังเคราะห์กรดอะแรคคิโดนิค ซึ่งเป็นกรดไขมันตั้งต้นในการสร้างสารไอโคซานอยด์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบและ บวมแดง เช่น สารพลอสตาแกลนดินส์และลูโคไตรอีนส์��งานวิจัยจำนวนมากในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ รูมาตอยพบว่าปริมาณลูโคไตรอีนส์ บี4�และบี�1�ซึ่ง สร้างจากเซลล์เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิวส์และโมโนไซต์��ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ�� เซลล์เม็ดเลือดขาวทั้งสองชนิดนี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการ อักเสบในโรครูมาตอย��นอกจากนี้กรดโอเมก้า�3�ในน้ำมันปลายังช่วยลดอาการข้อแข็งฝืด และอาการข้อยึดจากโรคข้อกระดูกเสื่อม (osteoarthritis) ที่พบมากในผู้สูงอายุ��ทำให้ผู้ป่วยลดอาการปวดข้อ เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น��และสามารถลดหรือหยุดการใช้ยาได้หลังจากการรับประทาน��EPA+DHA�ปริมาณ�3�กรัมติดต่อกันเป็นระยะเวลา�12�สัปดาห์��นอกจากโรครูมาตอยและข้อเสื่อมแล้ว��การรับประทานโอเมก้า-3�ก็สามารถช่วยบรรเทาหรือยับยั้งอาการอักเสบในโรคอื่นๆ ได้��เช่น โรคลำไส้อักเสบ, โรคเรื้อนกวาง, โรคสะเก็ดเงิน และโรคภูมิแพ้ต่างๆ

P5 omega�และการทำงานของสมองและสายตา

DHA�เป็นส่วนประกอบหลักที่มีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท��โดยเฉพาะในสมองส่วนสีเทาและจอประสาทตา���(เรตินา) ของคนเรามี�DHA�สูงถึง�50%�ปริมาณ�DHA�ในเนื้อเยื่อสมองและตานั้น��เพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตในเด็ก และลดลงในผู้สูงอายุ ปริมาณ�DHA�ในเนื้อเยื่อทั้งสองชนิดนี้ยังสัมพันธ์กับปริมาณ�DHA�ในอาหารที่บริโภคด้วย��เนื่องจาก�DHA�มีบทบาทสำคัญในการสื่อประสาท การขาด�DHA�จึง ส่งผลให้การพัฒนาของสายตาและระบบประสาทในเด็กด้อยลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความจำเสื่อมและประสิทธิภาพการทำงานสมองลด ลงในผู้สูงอายุ

ส่วนประกอบใน 1 แคปซูล

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว (34.5%) 500 มิลลิกรัม

กรดโอเลอิก� 225 มิลลิกรัม

กรดไลโนเลอิก 110 มิลลิกรัม

แกมม่าออไรซานอล 8 มิลลิกรัม

วิตามิน อี 0.75 มิลลิกรัม

น้ำมันปลา (34.5%) 500 มิลลิกรัม

ผลิตภัณฑ์นี้ให้กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3� ได้แก่ อีพีเอและดีเอชเอ ใน1 แคปซูลมีน้ำมันปลา 500 มิลลิกรัม

ประกอบไปด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง�

กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (อีพีเอ) 90 มิลลิกรัม

กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (อีเอชเอ) 60 มิลลิกรัม

กรดไขมันอิ่มตัว 135 มิลลิกรัม

ไม่ใช้วัตถุกันเสีย,ไม่เจือสารสังเคราะห์,ไม่แต่งกลิ่น

วิธีรับประทาน

รับประทานวันละ 1-2 แคปซูล ก่อนหรือหลังอาหาร